หันมาดูแลผมจากการทำสี กันเถอะคะ

สำหรับผู้หญิงอย่างเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นดารานักแสดง เป็นเพียงแค่สาวๆธรรมดา คนหนึ่ง ก็อยากจะมีภาพลักษณ์ที่ดูดีเหมือนกับคนอื่นบ้าง สาวๆ จึงเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยเริ่มจากการทำสีผมก่อนซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แน่นอนว่าสีผมบางสีเมื่อทำออกมาแล้วมันจะช่วยเพิ่มความมีออร่าของเราเข้าไปอีก (หากว่าเลือกสีที่เข้ากับผิวพรรณของเรา) บางคนทำแล้วไม่ถูกใจ เปลี่ยนสีแล้ว เปลี่ยนสีอีก หรือบางคนเปลี่ยนตามกระแส แทบจะทุกเดือนเลยก็ว่าได้  รู้รึเปล่าการทำเช่นนั้นนอกจากสีผมเราจะออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการแล้ว สุขภาพผมของเราก็ยังแย่อีกด้วย กลายเป็นว่ายิ่งดูไม่ดีเข้าเข้าไปใหญ่ เราก็เลยมีเรื่องราวๆ ดี เกี่ยวกับการดูแลเส้นผมหลังการทำสีมาฝาก จะได้สวยกันแบบครบสูตร ไม่เฟล ผมไม่แห้งเสียและยังได้สีสวยตามใจอีกด้วย

0994

  1. เตรียมพร้อมกับผมแตกปลาย: ในระหว่างการทำสีผม เส้นผมของเราต่างก็ต้องเสี่ยงเผชิญกับความแห้ง หยาบกระด้างตามมา เนื่องจากสารเคมีต่างๆ จากกระบวนการทำสีผมได้เข้าไปชะล้างเอาความชุ่มชื่นออกไป จึงส่งผลให้สภาพปลายผมของมีความแห้งมากเป็นพิเศษ วิธีแก้ คือ ให้หมั่นเล็มปลายผมที่แห้งแตกปลายเหล่านั้นออก และบำรุงด้วยสารอาหารสำหรับเส้นผม หลีกเลี่ยงการทำผมที่ต้องผ่านความร้อน
  2. ทำสีผมโดยใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ: สำหรับผลิตภัณฑ์จำพวกแชมพูสระผมและครีมนวดนั้น ควรเลือกประเภทที่เหมาะสำหรับคนที่ทำสีมเท่านั้น เพราะนอกจากจะช่วยชะล้างและทำความสะอาดแล้ว ยังช่วยถนอมสีผมสวยๆ ของสาวๆ ให้อยู่ได้นานขึ้น
  3. ลงคอนดิชั่นเนอร์บ้างหลังสระผม: การใช้ครีมนวดผมเพียงอย่างเดียวช่วยให้ผมของเรานุ่มลื่นแค่เพียงภายนอกเท่านั้น คล้ายกับการนำเอาน้ำมันไปเคลือบผิว เมื่อล้างน้ำน้ำมันเหล่านั้นก็จะหลุดออกไป แนะนำว่าให้ใช้คอนดิชันเนอร์ในบางครั้งหลังสระผม อาจเลือกเป็นคอนดิชันเนอร์สูตรเข้มข้นสำหรับผมที่ทำสีโดยเฉพาะ จะเป็นการบำรุงสีผมและเส้นผมได้อย่างตรงจุด
  4. ทำควรทรีทเมนต์ผม 2 – 3 ครั้ง/สัปดาห์: ควรหาเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ไปทำทรีทเมนต์เพื่อบำรุงสุขภาพผม หรืออาจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ มาหมักเพื่อทำทรีทเมนต์ด้วยเองก็ได้เช่นกัน
  5. ทานวิตามินบำรุงเส้นผม: อาหารจากธรรมชาติ อาทิ ผักและผลไม้ต่างเติมเต็มวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อเส้นผมให้สาวๆ ได้ อีกทั้ง อย่าลืมรับประทานอาหารทะเลจำพวกปลาด้วย เพราะจะมีธาตุสังกะสีที่ช่วยบำรุงรากผมและสภาพเส้นผมให้แข็งแรง ผมของเราจะได้มีน้ำหนัก มีสีผมสวย เงางามเป็นธรรมชาติแล้ว

การเลือกสีย้อมผมที่มีคุณภาพก็สามารถ ช่วยได้ในอีกระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราควรบำรุงตามข้างต้นที่กล่าวมาเพื่อผมที่มีสุขภาพสวย เงางาม พร้อมสีอันสดใส

 

 

โรคร้ายถามหา ถ้า “ดื่มน้ำน้อย”

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แทบไม่ได้ลุกออกมาจากเก้าอี้ แก้วหน้ารินน้ำเอาไว้เต็มแก้วแต่อยู่ไปได้ทั้งวัน หรือวุ่นเสียจนไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ วิ่งเข้าออกห้องประชุม ได้ดื่มน้ำเฉพาะช่วงที่ทานข้าวกลางวันเท่านั้น ขอบอกไว้เลยว่าร่างกายของคุณกำลัง “ขาดน้ำ” โดยที่คุณไม่รู้ตัว และมันส่งผลร้ายถึงสุขภาพอย่างร้ายแรงโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน

drinking water

1. สมองเสื่อม

ใครจะไปเชื่อว่าแค่ดื่มน้ำน้อย ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมได้ เพราะเมื่อร่างกายของเราขาดน้ำ ปริมาณของน้ำในร่างกายไม่เพียงพอในการเป็นส่วนหนึ่งของเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างกาย เมื่อเลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงที่สมองได้เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นหากคุณรู้สึกไม่สดชื่น เนือยๆ คิดอะไรช้า ไม่กระฉับกระเฉง อึนๆ มึนๆ นั่นอาจเป็นผลมาจากแค่การ “ดื่มน้ำน้อยเกินไป” ก็ได้นะ

2. ริดสีดวงทวาร

แน่นอนที่สุดว่าหากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลไปถึงการย่อยในกระเพาะอาหารที่ทำได้ยากลำบากมากขึ้น และลำไส้ที่แห้ง อาจทำให้เราไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ เพราะอุจจาระอาจแห้งเกินไป เมื่อของเสียสะสมอยู่ในลำไส้ ลำไส้ก็จะดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายไปอีก ยิ่งทำให้เลือดมีของเสีย และข้นหนืดกว่าเดิม อุจจาระก็แข็งแห้งกว่าเดิม จนเกิดเป็นอาการท้องผูก และท้ายที่สุดลงเอยด้วยโรคริดสีดวงทวารนั่นเอง

3. ปวดข้อ

เชื่อหรือไม่ว่ากระดูกอ่อนในหลายๆ ส่วนของร่างกาย รวมไปถึงหมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ และเกิดอาการผิดปกติได้ง่าย มีส่วนประกอบเป็นน้ำมากถึง 80% ดังนั้นหากข้อต่อหรือหมอนรองกระดูกแห้ง ไม่ชุ่มชื้นเพียงพอ อาจทำให้ข้อต่อต่างๆ ดูดซับแรงกระแทกได้ไม่ดีพอ จนเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย หรืออาจอักเสบได้ง่ายเมื่อต้องออกแรงเดิน ยก เหวี่ยง หรือแม้แต่ตอนออกกำลังกาย และยกน้ำหนัก

4. ทางเดินปัสสาวะอักเสบ / กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หากคุณมีอาการปวดปัสสาวะ แต่ไม่มีปัสสาวะไหลออกมา หรือไหลออกเพียงหยดสองหยด คุณอาจกำลังเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อันเนื่องมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ การติดเชื้อ และการกลั้นปัสสาวะนานๆ

5. อ้วน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหากคุณดื่มน้ำน้อย เป็นสาเหตุที่อาจทำไปสู่โรคอ้วนได้ เพราะหากคุณดื่มน้ำอย่างเพียงพอในตอนเช้า ระหว่างมื้อกลางวัน และตอนเย็น หรืออาจดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนทานอาหาร คุณจะพบว่าคุณอิ่มง่ายอิ่มเร็วกว่าการทานอาหารโดยไม่ดื่มน้ำเลย กคุณเป็นทานกินจุอยู่แล้ว แล้วยิ่งไม่ดื่มน้ำอีก ด้วยความหิวหรือความอยากอาหาร คุณอาจทานเพลินจนน้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆ

6. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

ประจำเดือนของคุณผู้หญิงเป็นตัวบ่งบอกถึงสุขภาพได้ดีอีกอย่างหนึ่ง หากคุณพบว่าคุณมีประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ขาดๆ หายๆ มีน้ำเกินไป มีสีเข้มเกินไป มาเป็นลิ่มเลือด หรือแม้กระทั่งปวดท้องประจำเดือนมาก สาเหตุสำคัญที่คุณอาจละเลยอาจมาจากการดื่มน้ำน้อยก็เป็นได้ เพราะเมื่อน้ำในร่างกายมีปริมาณไม่เพียงพอ ร่างกายจึงไม่สามารถนำน้ำไปสร้างเป็นประจำเดือนได้นั่นเอง

 

3 สัญญาณของคนดื่มน้ำน้อย

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนดื่มน้ำน้อยหรือไม่ ให้สังเกตได้จาก

1. ปัสสาวะไม่ถึง 4-7 ครั้งต่อวัน

2. ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มแทบทุกครั้ง

3. ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนจัด

 

แค่ดื่มน้ำน้อยก็ส่งผลเสียถึงร่างกายได้มากมายขนาดนี้ นี่ยังไม่รวมถึงผลเสียด้านผิวพรรณที่หย่อยคล้อย หมองคล้ำ ผิวแห้ง ตาแห้ง และดูแก่กว่าวัยอีกนะ สาวๆ ได้ยินแล้วคงกรี๊ดเลยสิ

เพราะฉะนั้นหากใครมีอาการตามสัญญาณของคนดื่มน้ำน้อยดังกล่าว ควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นให้ได้ราวๆ 1,500-2,000 มิลลิลิตรต่อวัน หรือ 6-8 แก้วต่อวัน หรือถ้ากลัวลืมก็เอาขวดลิตรมาตั้งไว้บนโต๊ะ 1 ขวด แล้วเตือนตัวเองว่าต้องดื่มให้หมด ทำงานจิบไป เข้าห้องประชุมก็ถือแก้วน้ำเข้าไปด้วย รับรองว่าหากทำได้ร่างกายของคุณจะไม่ขาดน้ำอีกต่อไป

หมายเหตุ – หากคุณดื่มน้ำไม่ถึง 6-8 แก้ว แต่ไม่มีอาการที่แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของคนดื่มน้ำน้อย อาจเป็นเพราะคุณดื่มเครื่องดื่ม หรือทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากพออยู่แล้ว จึงอาจไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำให้ได้ 6-8 แก้วต่อวันค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม “น้ำเปล่า” ก็ยังสำคัญต่อร่างกาย อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าบ้างนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก สสส., ku.ac.th